ก่อนวิ่งหรือปั่นจะทานอะไรดีนะ ???

บางทีเราก็ขี้เกียจตื่น กินอาหารก็ไม่ลง แล้วถ้ากินจะ

กินอะไรดี กลัวกินเยอะเดี๋ยวก็จุก … 

ทานน้อยก็หมดแรงกลางทาง … 

ตะคริวมาอีก … 

➡ เวลาเราวิ่งร่างกายใช้พลังงานจากไหน ❓❓

?ร่างกายเราใช้พลังงานในการออกกำลังกายจาก 2 แหล่งหลักๆ คือ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน

?คาร์โบไฮเดรต – เก็บสะสมในรูปของไกลโคลเจน (glycongen) ที่ กล้ามเนื้อเป็นหลัก รองลงมาคือ ในตับ แต่มันเก็บได้อย่างจำกัดหน่ะสิ

(ถ้าเก็บเต็มถัง ก็จะวิ่งได้ต่อเนื่องประมาณ 1.5 – 2 ชม.ก่อนที่แรงจะเริ่มหมด ทั้งนี้ขึ้นกับ ความหนักหรือความเร็วในการวิ่ง)

เลยเกิดปัญหาว่า พอวิ่งไปนานๆ ไกลโคลเจนก็จะหมด เหมือนรถยนต์น้ำมันจะหมด

?ไขมัน – ให้พลังงานเยอะกว่าคาร์โบไฮเดรต แต่ปัญหาคือมัน ให้มันพลังงานช้า ถ้าเราวิ่งเร็วมันจะให้พลังงานเราไม่ทัน

ซึ่งแน่นอนว่าเวลาเราลงสนาม อยากทำเวลาได้ดี อยากได้ new pb 
เราก็ต้องพยายามวิ่งให้เร็วขึ้น เหนื่อยขึ้น heart rate ยิ่งขึ้นสูง ร่างกายจะใช้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อยๆ

➡ ถ้าพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตใกล้หมดล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น

? ร่างกายก็จะลดความเร็วลง (pace เพิ่มขึ้น) เพื่อปรับมาใช้พลังงานจากไขมันแทน … แต่ถ้าเรายังฝืนไปต่อด้วยความเร็วเดิม ขาเราจะเริ่มหนักขึ้น จนตะคริวตามมา 

โจทย์ของเราจึงอยู่ที่ว่า

➡ “ทำยังไงให้มีพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต เพียงพอต่อการวิ่งระยะนั้นๆ ??? “

? แน่นอนว่าการเติมพลังงานให้เต็มก่อนแข่ง เป็นวิธีการที่ดีที่สุด 

1. เพราะก่อนวิ่ง เลือดยังไม่ถูกนำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเยอะ ทำให้ระบบการย่อยและดูดซึมทำงานได้ดี เราจึงควรตุนพลังงานให้ได้มากที่สุด

2. ระหว่างวิ่งการดูดซึมจะทำงานได้ไม่ดี เพราะเลือดส่วนใหญ่ไปเลี้ยงที่กล้ามเนื้อ เลือดมาเลี้ยงที่ระบบย่อยอาหารน้อย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่าง)

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1444549129007090&id=338763396252341

⛤ หมายความว่า ถ้าเราใช้พลังงานชั่วโมงละ 400 แคลอรี่ เราไม่สามารถเติมกลับ เท่ากับที่ใช้ได้ 

3. การเริ่มวิ่งหรือออกกำลังกายตอนเช้า เป็นช่วงเวลา ที่ร่างกายเรา อดอาหารมาทั้งคืน ทำให้พลังงานสะสมในร่างกายลดต่ำลง

หากเราไม่กินข้าวเช้าแล้วไปวิ่ง ประสิทธิภาพในการวิ่งจะไม่ดี 

ถ้าวิ่งมินิ อาจรอดได้เพราะใช้เวลาแปปเดียว แต่หลังวิ่งเสร็จ จะเพลียและโหยมาก

ถ้าฮาล์ฟหล่ะ โอกาสรอดน้อยมาก ถ้าไม่ใช่นักวิ่งแนวหน้า ที่วิ่งแปปเดียวถึง … ส่วนฟูลมาราธอนยังไงก็ต้องทาน

➡ ทานอะไรดีหล่ะ ไม่ให้จุกแต่มีแรง

? หลักการ คือ เมื่อเราเริ่มวิ่ง อาหารที่เหลืออยู่ในกระเพาะอาหารต้องน้อยที่สุด (ถูกดูดซึมและนำไปเก็บไว้ใช้ระหว่างวิ่ง) เพื่อไม่ให้จุก และ ไม่รบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อที่เราใช้ในการวิ่ง (เลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ต้องถูกแบ่งมาใช้ย่อย) 

? สารอาหารที่ย่อยและดูดซึมเร็วที่สุด คือ คาร์โบไฮเดรต รองลงมาคือ โปรตีน และ ไขมัน ตามลำดับ …

? รูปแบบอาหารที่เป็นของเหลวจะดูดซึมเร็วกว่าของแข็ง

?อาหารที่มีปริมาณน้อยจะดูดซึมเร็วกว่า

ถ้ามีเวลาก่อนวิ่งนานๆ (3-4 ชม.) จะทานอาหารเป็นมื้อๆ ได้สบายมาก ระวังอาหารที่มีไขมันเยอะๆ เช่น อาหารทอด หรือ ผัดน้ำมันเยอะๆ เพราะจะใช้เวลาย่อยนาน ทำให้อืดท้อง

แต่ถ้ามีเวลาน้อยลง (1-2 ชม.) พยายามลดไขมันให้น้อยที่สุด มีโปรตีนได้บ้าง และ เน้นไปที่คาร์โบไฮเดรต เช่น แซนด์วิชไส้ทูน่า หรือ ไข่ต้ม ซาลาเปา … อาจทานข้าวได้ แต่ ต้องลดสัดส่วนจากมื้อหลักลง

หากเรามีเวลาน้อยกว่า 1 ชม.ก่อนวิ่งควรทานพวกคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียว ถ้าเป็นของเหลวด้วยยิ่งดี ให้มีโปรตีนกับไขมันน้อยที่สุด เช่น ขนมปังทาแยม ผลไม้ น้ำผลไม้ หรือ DEVER 100 ml 

DEVER energy gel 100 mL 

เจลให้พลังงานแบรนด์แรกของเมืองไทย ?????ถูกวิจัยและพัฒนา?โดยความร่วมมือกันของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์การกีฬาและนักกีฬามืออาชีพ

• เนื้อสัมผัสเป็นแบบเยลลี่ ให้พลังงาน 330 แคลอรี่

• ให้พลังงานเท่ากับข้าว 2 ถ้วยเล็ก ??หรือกล้วยหอมประมาณ 3 ลูก ???

• ให้พลังงานได้นาน 1.5 – 2 ชั่วโมง

• ดูดซึมได้ง่ายและเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว (ภายใน 5 – 10 นาที) 

• รับประทานแทนมื้ออาหารหลักก่อนออกกำลังกายเพียง 15 – 30 นาที เช่น ตอนเช้าในช่วงเวลาเร่งรีบ หรือ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน … ทานระหว่างออกกำลังกายในกรณีที่ออกกำลังกายต่อเนื่องยาวนาน … หรือหลังออกกำลังกายทันที เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

• ช่วยให้ร่างกายออกแรงได้มากขึ้นและนานขึ้น

• ลดการเกิดตะคริว 

ถ้าได้ลอง DEVER แล้วจะรู้ว่า เจลรสชาติอร่อยๆ ทานง่าย ให้ผลจริง ก็มีอยู่
เพราะ DEVER ดีต่อใจ และ ร่างกาย ด้วย

#dever
#deverenergy
#deverenergygel
#พาวเวอร์เจล
#powergel
#marathon
line id: @deverenergy
www.deverenergy.net

DEVER tips 🎉🎉🎉 : เราจะต้องทานอะไร ตอนไหนดีที่จะทำให้มีแรงลงแข่งขัน และไม่ทำให้จุก

นักกีฬาที่ต้องแข่งขันวันนึง หลายๆรอบ หลายๆแมตซ์ และด้วยเวลาการแข่งขันที่ไม่แน่นอน ทำให้กังวลว่า

เราจะต้องทานอะไร ตอนไหนดีที่จะทำให้มีแรงลงแข่งขัน และไม่ทำให้จุก

DEVER tips 🎉🎉🎉

1. ทานอาหารเช้าให้เพียงพอ

มื้อเช้าเป็น มื้อแรกที่สำคัญที่สุด ในการแข่งขันกีฬาหลายๆแมตซ์ ในวันเดียว เพราะ เป็นมื้อที่นักกีฬา สามารถรับประทานได้มาก เพื่อตุนพลังงานไว้ใช้สำหรับ ช่วงระหว่างวันที่มีการแข่งขันต่อเนื่อง

2 . วางแผนการรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับตารางการแข่งขัน

นักกีฬาควรทราบหรือประมาณเวลาที่จะลงทำการแข่งขัน ในแต่ละรอบ

และเลือกอาหารที่จะรับประทานให้เหมาะสมกับเวลาที่เหลือก่อนลงทำการแข่งขัน

♦ 3-4 ชั่วโมงแนะนำให้รับประทานอาหารเหมือนที่เราทานเป็นมื้อหลักทั่วไป เช่น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู(ไม่ติดมัน ไม่ใส่กระเทียมเจียว) หรือ ข้าวกะเพราไก่ (เลือกเป็นไก่ขิ้นไม่ติดมัน ใช้น้ำมันน้อยๆ อาจเปลี่ยนจากไข่ดาวเป็นไข่ต้ม)

หลักการคือ ให้มีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งประมาณ 3 ใน 4 ของจานโปรตีน (เนื้อสัตว์ ไข่ ลูกชิ้น) ประมาณ 1ใน4 ของจานและพยายามจำกัดไขมันให้น้อยที่สุดเพราะใช้เวลาย่อยนาน

♦ 1-2 ชั่วโมงแนะนำให้ลดปริมาณอาหารลงเน้นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่น กล้วย ขนมปังทาแยม น้ำผลไม้ เยลลี่ หรือแซนด์วิชทูน่าหรือแฮม (ใส่แฮม 1 แผ่นหรือทูน่าประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ)

♦ น้อยกว่า 1 ชั่วโมง แนะนำให้รับประทานสารอาหารที่เป็นของเหลวประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ถูกดูดซึมและให้พลังงานได้อย่างรวดเร็วและพลังงานนั้นสามารถอยู่ได้นานเป็นชั่วโมง เช่น DEVER energy gel

ตัวอย่างอาหารที่มีสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก

– ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ พาสต้า สปาเกตตี้ วุ้นเส้น ขนมปัง

– ผลไม้ต่างๆ

– น้ำหวาน น้ำอัดลม

– ซีเรียล energy gel energy bar

♦ ภายหลังการแข่งขัน การฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็วก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงสนามครั้งต่อไป นักกีฬาควรรับประทาน ทั้งสารอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ทันที  ตัวอย่างเช่น สมูทตี้น้ำผลไม้ปั่นกับนม เวย์โปรตีน หรือนม 0% กับ DEVER energy gel

3. เตรียมอาหารและของว่างไปให้พร้อม

เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้วว่าต้องทานอะไร เมื่อไหร่ ก็อย่าลืมเตรียมอาหารและของว่างไปให้พร้อม เพราะ ร้านขายอาหารตามที่สถานที่

แข่งขัน อาจไม่มีอาหารที่พวกเราต้องการ และปริมาณอาหารอาจมีไม่เพียงพอ

เพียงแค่นี้ก็จะทำให้เรา เล่นได้อย่างเต็มความสามารถ และ ไม่มีล้าหรือหมดแรง

ติดตามสาระความรู้ด้านโภชนาการทางการกีฬา (sports nutrition) จาก ผู้เชี่ยวชาญของ DEVER ครั้งต่อไปได้ที่

Fanpage : DEVER ENERGY GEL

Official Line : @deverenergy

https://line.me/R/ti/p/%40deverenergy

#dever

#deverenergy

#deverenergygel

#energygel

#taekwondo

#swimming

#judo

#เทควันโด

#icehockey

พาวเวอร์เจล ใครทานได้บ้าง ???

หลายวันนี้เราคงคุ้นเคยกับคำว่า#พาวเวอร์เจล ที่ถูกนำไปใช้ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยซีลและอาสาสมัครตามจุดต่างๆ รวมถึงยังเป็นอาหารมื้อแรกของน้องๆ ที่ติดอยู่ในถ้ำ

https://www.springnews.co.th/view/300786?sp=

นอกจากน้องๆแล้วเราสามารถนำไปใช้ในบุคคลกลุ่มไหนได้อีกบ้าง

1. กลุ่มผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องความอยากอาหารลดลง ทำให้ทานอาหารได้น้อยส่งผลให้ พลังงานที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เกิดความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการ (malnutrition)  Dever energy gel 100 ml ที่น้องๆกินเป็นอาหารมื้อแรกจึงสามารถนำมาใช้ได้ในกลุ่มนี้เป็นอย่างดีเพราะทานเพียง 1 ซองให้พลังงานเท่ากับข้าว 2 ถ้วยเล็กๆ 

2. กลุ่มเด็กที่กำลังเจริญเติบโตหรือเด็กที่เป็นนักกีฬา

พวกเด็กๆ ต้องการพลังงานต่อวันค่อนข้างมาก เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ยิ่งถ้าเด็กเล่นกีฬาด้วย พลังงานที่ต้องการจะสูงมาก

แต่เด็กบางคนจะทานได้น้อยทำให้พลังงานไม่เหลือมากพอ ที่จะเกิด positive energy balance เด็กจึงโตช้า DEVER energy gel สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้ โดยให้ทานระหว่างมื้ออาหาร ก่อนและระหว่างการออกกำลังกาย

3. ผู้ป่วยที่ทานอาหารได้น้อย 

4. ผู้ที่ออกกำลังกายหรือ ผู้ที่ใช้งานหนัก

รูปด้านล่างคือเจลที่ถ่ายจากในถ้ำ

Cr. ภาพจาก สำนักข่าวไทยและหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

#dever

#deverenergy

#energygel

#ถ้ำหลวง

#หมูป่า

#พาวเวอร์เจล

#อาหารมื้อแรก

#13ชีวิตรอดแล้ว

#ผู้ว่าเชียงราย

พาวเวอร์เจล ที่เค้าเอาเข้าไปในถ้ำนี่มันคืออะไรกัน ???

พาวเวอร์เจล หรือ energy gel คือ เจลให้พลังงาน เป็นสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตนี่แหละ เพียงแค่ มันถูกเปลี่ยนรูปจากของแข็งมาเป็นของเหลว  ลองนึกถึงการที่เราต้องทานข้าวเป็นจาน หรือ กล้วยหอมเป็นลูก แต่ย่อส่วนให้เล็กลง และให้พลังงานเท่ากัน ทำให้พกพาสะดวก สามารถนำติดตัวไปได้แบบสบายๆ

ข้อดี ของมัน คือทานง่าย ดูดซึมและให้พลังงานอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลาทานนาน และไม่ทำให้จุก

ซึ่งพาวเวอร์เจล เป็น อาหารที่คุ้นเคยอยู่แล้ว

สำหรับนักกีฬาที่ต้องใช้พลังงานต่อเนื่องหลายๆชั่วโมง เช่น นักวิ่งมาราธอน นักปั่นจักรยาน หรือนักไตรกีฬา

DEVER ENERGY GEL เป็นชื่อทางการค้าของ energy gel เป็นเจลให้พลังงานแบรนด์ไทยแบรนด์แรกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ทานง่าย ไม่หนืด และดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว

DEVER ENERGY GEL ใช้ประโยชน์ที่ถ้ำหลวงได้ยังไง ???

เจ้าหน้าที่ เช่น หน่วยซีล  สามารถพกพาเข้าไปได้สะดวก พกตอนดำน้ำไปได้ ทำให้สามารถปฏิบัติงานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องดำกลับมาที่จุดพักเพื่อทานอาหาร

หน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครที่อยู่บนเขา พวกที่ทำการสำรวจปล่องบนถ้ำ สามารถพกพาไปได้สะดวก เพราะบางจุดต้องปีนเชือกหรือขึ้นเขาที่ชัน ทำให้ไม่สามารถพกอะไรไปได้เยอะ

#dever

#deverenergy

#energygel

#ถ้ำหลวง

#13 ชีวิต

#ผู้ว่าเชียงราย

#หมูป่า

เริ่มกินเจลต้องกินยังไง ❓❓

อย่างที่เรารู้กันว่า ในการออกกำลังกาย ยิ่งเหนื่อยมาก ความหนักมาก หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายจะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก 

ปัญหา คือ 

1. ร่างกายเราเก็บพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต (ไกลโคเจน)ที่กล้ามเนื้อและตับได้จำกัด ถ้าไกลโคเจนเหลือต่ำกว่า 30-50% ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการเมื่อยล้า และ performance จะลดลง

2. ขณะที่เราออกกำลังกาย ร่างกายต้องใช้พลังงานมาก แต่ไม่สามารถ กิน ให้ เท่ากับ พลังงานที่เราใช้ (energy output > energy intake) เนื่องจาก การทำงานของระบบการย่อยและการดูดซึมจะลดลง 

คำถามของ ผู้ที่ออกกำลังกาย จึงมีอยู่ว่า …
” ทำอย่างไรให้ กิน ให้ได้พลังงานเพียงพอ เพื่อที่จะออกกำลังกายได้ต่อเนื่อง นานขึ้น เมื่อเรามีข้อจำกัดในการย่อยและดูดซึมอาหาร ??? “

?energy gel คืออะไร ??

?energy gel ไม่ใช่อาหารเสริม เป็นอาหารธรรมดา ที่มี สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบหลัก…
เหมือนเราทานข้าว กล้วยหรือขนมปัง เพียงแต่มันถูกย่อยมาแล้ว เราจึงไม่ต้องเคี้ยวและรอเวลาย่อย … energy gel พร้อมที่จะดูดซึมและเปลี่ยนเป็นพลังงานทันที เราทานในปริมาณที่น้อยแต่ให้พลังงานสูงทำให้ไม่เสี่ยงต่ออาการจุกเหมือนเราทานอาหารที่เป็นของแข็ง… จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ช่วงก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกายทันที

?energy gel ช่วยอะไร??

? การทานเจลเปรียบเสมือนการเติมน้ำมันให้ร่างกาย ช่วยให้ออกกำลังกายต่อเนื่องได้นานขึ้น โดยที่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้า นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
(hypoglycemia) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการหน้ามืดและเวียนหัว เวลาที่เราออกกำลังกายต่อเนื่องนานๆ

?ทานกล้วยหรือแตงโม ต่างกับทานเจล อย่างไร ?? 

?กล้วยและแตงโมใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมนานกว่าเจล และต้องทานในปริมาณมากกว่าถึงได้พลังงานเท่ากับเจล

?เลือก energy gel แบบไหนดี ??

? เจลแต่ละยี่ห้อไม่ได้ต่างกันแค่รสชาติและความยากง่ายในการทาน 
แต่ยังแตกต่างที่ส่วนประกอบภายในเจล ระดับความเข้มข้น ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมของร่างกาย

เจลที่ดีควรมีความเข้มข้นที่ใกล้เคียงกับความเข้มข้นเลือด จะทำให้ดูดซึมได้เร็ว และมีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต หลายชนิด ที่มีสัดส่วนเหมาะสม ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก ได้หลายช่องทาง ทำให้ปริมาณของคาร์โบไฮเดรตถูกดูดซึมและเปลี่ยนไปใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น #deverenergygel

?ร่างกายเราควรเติมคาร์โบไฮเดรตตอนไหนและปริมาณเท่าไหร่

บางคนบอกทุก 10 กิโลบ้าง 14 กิโลบ้าง… บางคนบอกตอนที่เริ่มหมดแรง

? ถ้าเรารู้ว่าออกกำลังกายต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง เราควรเติมพลังงานระหว่างออกกำลังกาย เพื่อให้ออกกำลังกายต่อเนื่องได้ โดยประสิทธิภาพของการออกกำลังกายยังเหมือนเดิม …

Tips

?เริ่มทานตั้งแต่เนิ่นๆ หลังจากผ่านไปประมาณ 45 นาที (เพราะระบบการย่อยและดูดซึมยังทำงานได้ดี) และทานทุกๆ 45 – 60 นาทีระหว่างการแข่งขัน จนกว่าจะจบการแข่งขัน

ถ้าเริ่มทานตอนใกล้หมดแรง การดูดซึมจะทำได้ไม่ดี เพราะเลือดไปเลี้ยงที่กล้ามเนื้อหมด

? ควรเริ่มใช้เจลจากตอนฝึกซ้อม แล้วดูว่าร่างกายเราตอบสนองอย่างไรโดย ลองจากปริมาณที่ต่ำที่สุดก่อน 

” 1 ซอง ทุกๆ 1 ชั่วโมง ” หรือทุกๆ 10-12 กม.ในบุคคลทั่วไป 

สักระยะนึงเพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว แล้วค่อยๆเพิ่ม เป็น 

“1 ซองทุกๆ 45 นาที” หรือทุกๆ 7-8 กม. 

?สำหรับคนที่รูปร่างใหญ่ หรือ หมดแรงง่ายควรเพิ่มปริมาณหรือความถี่ในการทาน

?ควรจำลองสถานการณ์การแข่งในระหว่างการฝึกซ้อม แล้วฝึกทานเจล เพื่อให้รู้ timing ในการทานเจลที่เหมาะสมและได้ประสิทธิผลมากที่สุด

?ควรฝึกให้ระบบย่อยคุ้นเคย กับการรับประทานในสภาวะที่ร่างกายเหนื่อยมากๆ เช่น Tempo run, ช่วงท้ายๆของการฝึกซ้อมหรือ long run , ระหว่าง interval sets เพื่อให้ระบบย่อยปรับตัวรับปริมาณพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น

? ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้ทาน ในกรณีที่เราออกกำลังกายต่อเนื่อง

♦1-2 ชม.(วิ่งระยะฮาล์ฟ) 

➡ 30 กรัมต่อชั่วโมง 

(Dever 40 ml 1 ซองหรือ Dever 100 ml 1/2 ซอง)

♦2-3 ชม. (วิ่งระยะฮาล์ฟ หรือ ระยะฟูลกลุ่ม elite, การฝึกซ้อมกีฬาโดยทั่วๆไป

➡60 กรัมต่อชั่วโมง

(Dever 40 ml 2 ซองหรือ Dever 100 ml 2/3 ซอง) โดยแบ่งรับประทานทุกครึ่ง ชม.

♦3 ชั่วโมงขึ้นไป (ระยะฟูลมาราธอน และ ironman)

➡ 90 กรัมต่อชั่วโมง
(Dever 100 ml 1 ซอง)

Guideline ด้านบนเป็นคำแนะนำคร่าวๆ นักกีฬาควรปรับปริมาณตามความเหมาะสมของตนเอง

พบกับสาระด้านโภชนาการจากโดยเชี่ยวชาญจาก DEVER ได้ที่

Line id : @deverenergy
Facebook : dever energy gel
IG: deverenergy

#deverenergy
#deverenergygel
#deverenergychews
#thairun
#devernutrition

ก่อนวิ่งต้องกินมั้ยย ❓❓

ขี้เกียจตื่น กินก็ไม่ลง แล้วถ้ากินจะ

กินอะไรดี กลัวกินเยอะเดี๋ยวก็จุก … 

ทานน้อยก็หมดแรงกลางทาง … 

ตะคริวมาอีก … 

➡ เวลาเราวิ่งร่างกายใช้พลังงานจากไหน ❓❓

?ร่างกายเราใช้พลังงานในการออกกำลังกายจาก 2 แหล่งหลักๆ คือ คาร์โบไฮเดรตและไขมัน

?คาร์โบไฮเดรต – เก็บสะสมในรูปของไกลโคลเจน (glycongen) ที่ กล้ามเนื้อเป็นหลัก รองลงมาคือ ในตับ แต่มันเก็บได้อย่างจำกัดหน่ะสิ

(ถ้าเก็บเต็มถัง ก็จะวิ่งได้ต่อเนื่องประมาณ 1.5 – 2 ชม.ก่อนที่แรงจะเริ่มหมด ทั้งนี้ขึ้นกับ ความหนักหรือความเร็วในการวิ่ง)

เลยเกิดปัญหาว่า พอวิ่งไปนานๆ ไกลโคลเจนก็จะหมด เหมือนรถยนต์น้ำมันจะหมด

?ไขมัน – ให้พลังงานเยอะกว่าคาร์โบไฮเดรต แต่ปัญหาคือมัน ให้มันพลังงานช้า ถ้าเราวิ่งเร็วมันจะให้พลังงานเราไม่ทัน

ซึ่งแน่นอนว่าเวลาเราลงสนาม อยากทำเวลาได้ดี อยากได้ new pb 
เราก็ต้องพยายามวิ่งให้เร็วขึ้น เหนื่อยขึ้น heart rate ยิ่งขึ้นสูง ร่างกายจะใช้ พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อยๆ

➡ ถ้าพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตใกล้หมดล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น

? ร่างกายก็จะลดความเร็วลง (pace เพิ่มขึ้น) เพื่อปรับมาใช้พลังงานจากไขมันแทน … แต่ถ้าเรายังฝืนไปต่อด้วยความเร็วเดิม ขาเราจะเริ่มหนักขึ้น จนตะคริวตามมา 

โจทย์ของเราจึงอยู่ที่ว่า

➡ “ทำยังไงให้มีพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต เพียงพอต่อการวิ่งระยะนั้นๆ ??? “

? แน่นอนว่าการเติมพลังงานให้เต็มก่อนแข่ง เป็นวิธีการที่ดีที่สุด 

1. เพราะก่อนวิ่ง เลือดยังไม่ถูกนำไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเยอะ ทำให้ระบบการย่อยและดูดซึมทำงานได้ดี เราจึงควรตุนพลังงานให้ได้มากที่สุด

2. ระหว่างวิ่งการดูดซึมจะทำงานได้ไม่ดี เพราะเลือดส่วนใหญ่ไปเลี้ยงที่กล้ามเนื้อ เลือดมาเลี้ยงที่ระบบย่อยอาหารน้อย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่าง)

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1444549129007090&id=338763396252341

⛤ หมายความว่า ถ้าเราใช้พลังงานชั่วโมงละ 400 แคลอรี่ เราไม่สามารถเติมกลับ เท่ากับที่ใช้ได้ 

3. การเริ่มวิ่งหรือออกกำลังกายตอนเช้า เป็นช่วงเวลา ที่ร่างกายเรา อดอาหารมาทั้งคืน ทำให้พลังงานสะสมในร่างกายลดต่ำลง

หากเราไม่กินข้าวเช้าแล้วไปวิ่ง ประสิทธิภาพในการวิ่งจะไม่ดี 

ถ้าวิ่งมินิ อาจรอดได้เพราะใช้เวลาแปปเดียว แต่หลังวิ่งเสร็จ จะเพลียและโหยมาก

ถ้าฮาล์ฟหล่ะ โอกาสรอดน้อยมาก ถ้าไม่ใช่นักวิ่งแนวหน้า ที่วิ่งแปปเดียวถึง … ส่วนฟูลมาราธอนยังไงก็ต้องทาน

➡ ทานอะไรดีหล่ะ ไม่ให้จุกแต่มีแรง

? หลักการ คือ เมื่อเราเริ่มวิ่ง อาหารที่เหลืออยู่ในกระเพาะอาหารต้องน้อยที่สุด (ถูกดูดซึมและนำไปเก็บไว้ใช้ระหว่างวิ่ง) เพื่อไม่ให้จุก และ ไม่รบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อที่เราใช้ในการวิ่ง (เลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ต้องถูกแบ่งมาใช้ย่อย) 

? สารอาหารที่ย่อยและดูดซึมเร็วที่สุด คือ คาร์โบไฮเดรต รองลงมาคือ โปรตีน และ ไขมัน ตามลำดับ …

? รูปแบบอาหารที่เป็นของเหลวจะดูดซึมเร็วกว่าของแข็ง

? อาหารที่มีปริมาณน้อยจะดูดซึมเร็วกว่า

ถ้ามีเวลาก่อนวิ่งนานๆ (3-4 ชม.) จะทานอาหารเป็นมื้อๆ ได้สบายมาก ระวังอาหารที่มีไขมันเยอะๆ เช่น อาหารทอด หรือ ผัดน้ำมันเยอะๆ เพราะจะใช้เวลาย่อยนาน ทำให้อืดท้อง

แต่ถ้ามีเวลาน้อยลง (1-2 ชม.) พยายามลดไขมันให้น้อยที่สุด มีโปรตีนได้บ้าง และ เน้นไปที่คาร์โบไฮเดรต เช่น แซนด์วิชไส้ทูน่า หรือ ไข่ต้ม ซาลาเปา … อาจทานข้าวได้ แต่ ต้องลดสัดส่วนจากมื้อหลักลง

หากเรามีเวลาน้อยกว่า 1 ชม.ก่อนวิ่งควรทานพวกคาร์โบไฮเดรตอย่างเดียว ถ้าเป็นของเหลวด้วยยิ่งดี ให้มีโปรตีนกับไขมันน้อยที่สุด เช่น ขนมปังทาแยม ผลไม้ น้ำผลไม้ หรือ DEVER 100 ml 

DEVER energy gel 100 mL 

เจลให้พลังงานแบรนด์แรกของเมืองไทย ?????ที่ถูกวิจัยและพัฒนา?โดยความร่วมมือกันของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์การกีฬาและนักกีฬามืออาชีพ

• เนื้อสัมผัสเป็นแบบเยลลี่ ให้พลังงาน 330 แคลอรี่

• ให้พลังงานเท่ากับข้าว 2 ถ้วยเล็ก ??หรือกล้วยหอมประมาณ 3 ลูก ???

• ให้พลังงานได้นาน 1.5 – 2 ชั่วโมง

• ดูดซึมได้ง่ายและเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว (ภายใน 5 – 10 นาที) 

• รับประทานแทนมื้ออาหารหลักก่อนออกกำลังกายเพียง 15 – 30 นาที เช่น ตอนเช้าในช่วงเวลาเร่งรีบ หรือ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนหรือเลิกงาน … ทานระหว่างออกกำลังกายในกรณีที่ออกกำลังกายต่อเนื่องยาวนาน … หรือหลังออกกำลังกายทันที เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

• ช่วยให้ร่างกายออกแรงได้มากขึ้นและนานขึ้น

• ลดการเกิดตะคริว 

ถ้าได้ลอง DEVER แล้วจะรู้ว่า เจลรสชาติอร่อยๆ ทานง่าย ให้ผลจริง ก็มีอยู่
เพราะ DEVER ดีต่อใจ และ ร่างกาย ด้วย

#deverenergy
#deverenergygel
line id: @deverenergy อย่าลืมใส่ @ ก่อนนะจ้ะ
www.deverenergy.net

หลายคนบอกว่า เจลทานยาก … ทำไมหล่ะ ❓❓

หลายคนบอกว่า เจลทานยาก …

ทานแล้วติดคอ … ต้องรีบดื่มน้ำตาม …

บางอันรสชาติแย่มาก …

บางคนถึงกับอ้วกออกมา …

ทำไมหล่ะ ❓❓

➡  ขณะออกกำลังกาย เลือดส่วนใหญ่จะถูกส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่เราใช้งาน เพื่อนำสารอาหารและออกซิเจนไปให้กล้ามเนื้อ รวมถึงนำของเสียและ กรดแลคติก (lactic acid) ออกจากกล้ามเนื้อ … ดังนั้นเลือดที่มาเลี้ยงระบบย่อยอาหารจะลดลง กระบวนการนี้เรียกว่า (vascular shunt mechanism) ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดี ยิ่งเหนื่อยมาก ระบบย่อยอาหารแทบถูก shut down

หากเราทานอาหารที่ผ่านระบบย่อยช้า เช่น เจลที่มีความหนืดมากๆหรือมีลักษณะเนื้อสัมผัสที่ไหลช้า หรืออาหารที่เป็นของแข็ง อาหารจะถูกพักที่กระเพาะอาหารเป็นเวลานานขึ้น (gasrtric emptying time นานขึ้น) เกิดการย่อยได้ช้าและไม่สมบูรณ์

📌  energy gel ที่มีความหนืดและความเข้มข้นสูง ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร??

➡  ส่งผลให้เกิดอาการจุก พะอืดพะอม คลื่นไส้ หรือบางคนอาจอาเจียนออกมา

 … มากไปกว่านั้น energy gel ที่มีความหนืดและความเข้มข้นสูง จะส่งผลให้น้ำภายในเซลล์ของร่างกายถูกดึงมาเพื่อช่วยเจือจางให้ความเข้มข้นของเจลลดลงใกล้เคียงกับความเข้มข้นของเลือด ทำให้ร่างกายขาดน้ำ (หากดื่มน้ำตามไม่เพียงพอ) และยังมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการปั่นป่วนท้อง หรือ ท้องเสียจาก energy gel ที่มีความหนืดและความเข้มข้นสูง (osmotic diarrhea) กลางทางได้

 📌 energy gel ที่มีความหนืดและความเข้มข้นสูงส่งผลต่อการออกกำลังกายของเราอย่างไร

➡  ประสิทธิภาพในการออกกำลัง (performance) จะลดลง เพราะแทนที่เลือดจะทำหน้าที่ในการส่ง ออกซิเจน, ลำเลียงสารอาหารไปยังและนำของเสียออกจากกล้ามเนื้อ ได้อย่างรวดเร็ว กลับต้องถูกแบ่งส่วนนึงมาใช้ในระบบย่อยอาหาร

📌 DEVER energy gel แก้ไขปัญหาข้างต้นได้อย่างไร

➡ DEVER energy gel เป็นเจลให้พลังงานแบรนด์แรกของไทย

 🇹🇭🥇🇹🇭 ที่ถูกวิจัยและพัฒนา🔬 ขึ้นจากการร่วมมือกันของผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์ทางการกีฬาและนักกีฬามืออาชีพ

• เนื้อเจลคล้ายไซรัป มีความหนืดต่ำ

และความเข้มข้นระดับที่เหมาะสม ทำให้ผ่านระบบย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็ว ดูดซึมได้ง่ายและเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว ไม่รบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ออกกำลังกาย

• กลืนง่าย ไม่เหนียวติดคอ รสชาติดี

*** ถ้าได้ลอง DEVER แล้วจะรู้ว่า เจลรสชาติอร่อยๆ ทานง่าย ไม่ติดคอ ให้ผลจริง ก็มีอยู่

เพราะ DEVER ดีต่อใจ และ ร่างกาย ด้วย ***

ติดตามสาระความรู้ด้านโภชนาการทางการกีฬา (sports nutrition) จาก ผู้เชี่ยวชาญของ DEVER ครั้งต่อไปได้ที่

Fanpage : DEVER ENERGY GEL

Official Line : @deverenergy

https://line.me/R/ti/p/%40deverenergy

อย่าลืมใส่ แอด นะจ้ะ

#deverenergy

#deverenergygel

#devergel

#sportsnutrition

#thairun

www.deverenergygel.com

เด็กที่ออกกำลังกายหนักจะโตช้าจริงไหม?

#เด็กที่ออกกำลังกายหนักจะโตช้าจริงไหม?

เรื่องของความสูงเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เรามักได้ยินคำถามที่ว่า “ลูก ผม/ดิฉัน จะสูงได้อีกไหม หรือจะสูงถึง เท่านี่/เท่านั้นไหม?

จริงๆแล้วการออกกำลังกาย มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เด็กเจริญเติบ ช่วยในการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต รวมทั้งการยืดของกระดูก

ในทางกลับกัน การออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะในเด็กที่มีการฝึกซ้อมกีฬาเป็นประจำทุกวัน วันละหลายชั่วโมง การใช้พลังงานมากในแต่ละวันจะทำให้เด็กมีแนวโน้มในการเจริญเติบโตได้ช้าลง สาเหตุหลักมาจากการได้รับพลังงานจากอาหารไม่เพียงพอกับพลังงานที่เด็กต้องใช้ ทั้งในการออกกำลังกาย และพลังงานที่เด็กต้องใช้เพื่อเจริญเติบโต นอกจากนั้นการฝึกซ้อมอาจทำให้เกิดความเครียดและทำให้ร่างกายหลังฮอร์โมน cortisol ซึ่งส่งผลให้เด็กเจริญเติบโตช้าลงเช่นกัน

การจัดตารางการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับช่วงอายุจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รวมถึงการได้รับพลังงานจากอาหารให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยสามารถทำได้ดังนี้

1. รับประทานอาหารก่อน ระหว่าง และหลังการฝึกซ้อม เช่น

ก่อน – ขนมปังทาแยม เจลให้พลังงาน ผลไม้ แครกเกอร์

ระหว่าง – เจลให้พลังงาน

หลัง – นมไขมันต่ำ

2. รับประทานอาหารมื้อย่อยๆหลายๆมื้อ จะเป็นการช่วยเพิ่มพลังงาน เช่น ช่วงพักที่โรงเรียน ตอนช่วงสายและบ่าย  เช่น แซนด์วิช นม ซีเรียล หรือ Dever 100ml.

3. ดื่มนมให้ได้ในปริมาณ 1 ลิตร – 1.5 ลิตร โดยพยายามดื่มทีละน้อย และดื่มบ่อยๆ เพื่อให้ แคลเซียมดูดซึมได้ดีขึ้น

4. ทานสารอาหารประเภทโปรตีน เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ และเต้าหู้ ให้ครบทุกมื้อ

แค่เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เด็กได้รับพลังงานเพียงพอกับการใช้ในแต่ละวัน และช่วยป้องกันปัญหาการเจริญเติบโตช้าในกลุ่มเด็กที่มีการออกกำลังกายอีกด้วย

#deverenergygel

#devernutrition

#deversportnutrition

Dever ช่วยป้องกันการเกิดตะคริวอย่างไร?

Dever ช่วยป้องกันการเกิดตะคริวอย่างไร?

“โอ๊ยยยยย,,,, ตะคริวกินนนน !!” เชื่อว่าเคยได้ยิน หรือเคยพูดประโยคนี่ออกมา

สาเหตุของการเกิดตะคริวมีหลายอย่าง นักกีฬาบางคนฟิตไม่ถึง เมื่อมีการออกกำลังกายต่อเนื่องไปนานๆ เมื่อเลยจุดที่เคยซ้อมมาก็อาจทำให้เกิดตะคริวได้ บางคนมีความฟิตถึง แต่หากมีการอบอุ่นร่างกาย (warm-up) ไม่ดี ก็ทำให้เกิดตะคริวได้เช่นกัน

แต่หากมองในมุมของโภชนาการ อาการตะคริว เกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ ร่างกายขาดน้ำ และ/หรือ พลังงานที่สะสมในกล้ามเนื้อ (ไกลโคเจน) ใกล้หมด

ทำไมหล่ะ…??

“น้ำ” เป็นองค์ประกอบหลักของเลือด ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงพวกสารอาหารต่างๆ และ ออกซิเจนให้กับกล้ามเนื้อ และมีหน้าที่นำของเสียออกจากกล้ามเนื้อด้วย หากร่างกายขาดน้ำ เลือดจะมีความเข้มข้นสูงขึ้น สารอาหารจะถูกนำส่งสู่กล้ามเนื้อช้าลง และไกลโคเจนก็จะหมดเร็วขึ้น

แล้วการดื่มเกลือแร่หรือ Salt tab ไม่ช่วยหรอ…??

ตอบคือ… ช่วยทางอ้อม คือ เกลือแร่จะช่วยดึงน้ำเข้าร่างกายได้เร็วกว่าน้ำเปล่า หากเราทำการออกกำลังกายต่อเนื่องนานๆและมีการเสียเหงื่อเยอะ แต่ต้องผสมเกลือแร่ให้มีความเข้มข้นจางๆนะ คือให้น้อยกว่าความเข้มข้นของเลือด สังเกตง่ายๆคือ เวลาดื่มจะต้องไม่หวาน รสชาติฝาดๆ และมีสีจางๆ

และพอร่างกายไม่ขาดน้ำแล้ว เราแต่ต้องรักษาระดับไกลโคเจนในกล้ามเนื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ไกลโคเจนพวกนี้มาจาก ข้าว แป้ง ผลไม้ และ “เจลให้พลังงาน” หรือที่่เราเรียกว่า สารอาหารประเภท “คาร์โบไฮเดรต” ซึ่งเราควรเติมสารอาหารชนิดนี้ให้แก่ร่างกาย โดยควรเติมก่อนออกกำลังกายให้เพียงพอต่อการใช้งาน และหากมีการออกกำลังกายต่อเนื่องนานๆ มากกว่า 2 ชม.ขึ้นไป ไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเริ่มหมดก็ควรเติมระหว่างเล่นด้วย เช่น เจลที่ให้คาร์โบไฮเดรตขนาดประมาณ 30 กรัม ทุกๆชั่วโมง

เพียงเท่านี้ถ้าเรามีการเตรียมร่างกายมาอย่างดี เราก็จะไม่รู้สึกหมดแรงและเกิดอาการตะคริวกินแน่นอน

#deverenergygel

#devernutrition

#deversportnutrition